วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Review หนัง - Public Enemy

ต้องบอกก่อนเลยว่า ใครที่คิดว่าหนังเรื่องนี้จะบู๊กันมัน ยิงกันเลือดสาดล่ะก็ ขอให้เลิกคิดไปได้เลย

โดยรวมแล้ว ตัวหนังจะออกมาเหมือนชีวประวัติของ จอห์น เดอลิงเจอร์ ซะมากกว่า

เนื้อเรื่องทั้งหมดถูกเรียบเรียงมาจากเรื่องจริง ของจอห์น เดอลิงเจอร์ จอมโจร ปล้นธนาคารที่ดังที่สุดในยุคที่อเมริกากำลังตกต่ำในด้านเศรฐกิจ

ความโด่งดังของ จอห์น เกิดขึ้นเพราะว่า ในเวลาที่เขาปล้นธนาคาร เขาจะไม่แตะต้องเงินของผู้ที่มาใช้บริการธนาคารในขณะนั้นเลยแม้แต่น้อย ในหนังได้ถ่ายทอดตรงนี้ออกมาได้ดีเหมือนกัน เช่น เมื่อเจอลูกค้าคนหนึ่งของธนาคาร ได้นำเงินมาวางไว้ข้างหน้า เพราะกลัวการปล้นของจอห์น แต่เขากลับบอกลูกค้าคนนั้นว่า "ฉันมาปล้นธนาคาร ไม่ได้มาปล้นนาย" อีกทั้งการกระทำต่อตัวประกันที่เขาพาไปด้วยนั้น ก็ไม่ได้รุนแรงอะไรเลย เพียงแค่พาไปด้วยเพื่อให้หนีรอดก็เท่านั้น จากนั้นก็ไปปล่อยไว้ โดยที่มัดไว้อย่างหลวมๆ เพื่อให้ตัวประกันสามารถแก้เชือกได้เองภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้ในช่วงเวลานั้นเขาแทบจะถูกขนานนามว่า โรบินฮู้ดยุคใหม่เลยทีเดียว

ความโด่งของจอห์นสังเกตุได้อีกในหลายๆฉาก เช่น ฉากที่จอห์นถูกพาตัวไปขัง ในระหว่างที่นั่งรถไปที่คุกนั้น มีประชาชนมากมาย ที่แห่มาดู พร้อมกับเรียกชื่อจอห์นเฉกเช่นเดียวกับวีระบุรุษอยู่เต็มสองข้างทาง

ตัวจอห์นนี่เด็ป เองก็แสดงได้ดีเช่นกัน สลัดคราบของกัปตันจอมตุ้งติ้งอย่างแจ็ค สแปโร่ว ออกไปได้อย่างหมดจด กลายเป็นจอมโจรที่แสนฉลาด สุขุม แฝงไว้ได้ด้วยความอันตรายรอบด้าน

จุดที่น่าเสียดายอย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับจอห์น เดอลิงเจอร์ ก็คือ ตามประวัติแล้ว จอห์น เคยปล้นธนาคารโดยการแสร้งทำเป็นถ่ายหนังอยู่ ทำให้ทุกคนไม่รู้สึกเอะใจว่า นี่คือการปล้นจริงๆ แต่ในหนัง Public Enemy กลับไม่มี

ทางฝากของ FBI เอง คริสเตียน เบลล์ เองก็แสดงได้ดีเช่นกัน ตัวละคร เมลวิน เอง ภายในตอนแรกเหมือนเป็นตำรวจที่ดี เก่ง และฉลาด แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขากลับถูกใช้งานโดยคนใหญ่คนโตใน FBI ด้วยความสามารถของเมลวิน ทำให้เขาต้องมาตามล่าตัวเดอลิงเจอร์ ตลอดเวลาการทำงาน เมลวิน ต้องเสียเพื่อนพ้องไปมากมาย ความแค้นถูกสะสมในใจเมลวินอย่างช้าๆ ทำให้เขาต้องใช้วิธีการตามล่าที่ป่าเถื่อนและรุนแรงมากขึ้น อย่างเช่นการทรมานนักโทษที่จับได้ ถึงแม้ว่าตัวเมลวินเองจะไม่ค่อยชอบก็ตามที

อีกสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เมลวินนั้นไม่ได้ถูกครอบงำด้วยอารมณ์โกรธไปซะทั้งหมด ก็คือตอนที่ บิลลี่ แฟน ของเดอลิงเจอร์ถูกจับ และกำลังถูกตำรวจอีกนายหนึ่งซ้อมอยู่นั้น เขาได้เข้าไปห้ามไว้ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้เขาจะโกรธและอาฆาตแค้นเดอลิงเจอร์เพียงใด แต่เขาก็ไม่ทำร้ายผู้หญิงเพื่อให้ได้ข้อมูลของเดอลิงเจอร์มา

ตัวหนังดำเนินไปเรื่อยๆ บางครั้งอาจจะน่าเบื่อไปบ้าง แต่กลับน่าติดตามตลอดเวลา ดูเพลินๆ เวลาก็ผ่านพ้นไป สองชั่วโมงครึ่ง ถ้าจะให้สรุปว่า หนังเรื่องนี้ คุ้มค่าแก่การเสียเงินไปดูมั้ยล่ะก็ ผมก็บอกว่าคุ้ม แต่ไม่ได้คุ้มถึงขนาดว่า คุ้มมากมาย เช่นเดียวกัน

เอาเป็นว่า เรื่องนี้ แล้วแต่คนจะพิจารณาดีกว่า เพราะตัวหนังในไทยเองแล้ว ที่ดูเหมือนหนังฟอร์มยัก ใหญ่โตก็เพราะว่า ตัวนักแสดงอย่าง คริสเตียน เบลล์, จอห์นนี่ เ็ด็ป, มาริออน โกติลลาด รวมไปถึงผู้กับกับมากฝีมือ อย่าง ไมเคิล มาล แต่ที่แน่ๆ ใครที่คิดว่าหนังเรื่องนี้ บู๊ล้างผลาญ ยิงกันมันหยดล่ะก็.....ขอพูดอีกครั้งว่าคิดใหม่ได้เลยครับ แต่ถ้าใครชอบที่จะดูการแสดงที่ยอดเยี่ยม และฝีมือการกำกับ ในระดับแนวหน้าล่ะก็ ผมขอแนะนำอย่างยิ่งเลย

ขอทิ้งท้ายด้วยคำคมของหนังเรื่องนี้แล้วกันนะครับ(ฟังภาษาอังกฤษไม่ทัน ให้ไว้แต่ภาษาไทยก่อนแล้วกันนะครับ)

"คนส่วนใหญ่มักสนแต่ว่า คนเรานั้นมีที่มาจากไหน แต่ที่สำคัญจริงๆมันคือที่ๆเราจะไปต่างหาก"

Rating : 7/10
Rating from IMDB : 7.6/10

1 ความคิดเห็น: